วิธีล้างรถที่ถูกต้อง เค้าทำยังไงนะ วันนี้เรามีคำตอบ

Wash you cars การล้างรถให้ถูกวิธี ทุกวันนี้กิจการหนึ่งที่เราเห็นผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดคงไม่พ้นกิจการร้านล้างรถ แต่รู้ไหมว่าการล้างรถไม่ได้ยากเลย และมันอาจจะทำให้เราเรียนรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับรถของเราไปพร้อมกันด้วย ถ้าวันนี้ใครยังไม่เคยรู้ว่าการล้างรถจริงๆควรจะทำอย่างไร วันนี้เราจะมาเรียนรู้การล้างรถอย่างถูกวิธีกัน

1. ฉีดน้ำและใช้มือถู

การฉีดน้ำบนตัวรถคือการขจัดคราบดิน ฝุ่น และ สิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากรถก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการ ซึ่งตามร้านเหล่านั้นจะมีเครื่องปั้มน้ำแรงดันสูง ทำให้แค่เพียงฉีดคราบสกปรกก็หายไป แต่ถ้าเราที่บ้านน้ำที่ไม่แรงมาก ทำให้เราควรจะใช้มือถูตามไปกับการราดน้ำพร้อมกัน ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการขัดฝุ่นและคราบสกปรกก่อน ในส่วนใดที่มีคราบเกาะติดแน่นให้ใช้การฉีดน้ำร่วมแล้วนำมือถูด้วย

2. รู้จักแชมพูที่จะใช้

การล้างรถด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวก็สามารถทำให้สะอาดได้ แต่อย่าใช้วิธีการนำผ้าชุบน้ำเช็ดรถเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดรอยขนแมวตามมา แต่แม้เราจะบอกว่าน้ำสะอาดก็พอ แต่การที่เราจะล้างรถได้หมดจด โดยเฉพาะคราบฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านั้น ต้องอาศัยน้ำยาล้างรถ ซึ่งปัจจุบันมี 2 แบบที่นิยมกัน คือ แชมพูและโฟม ซึ่งมีจุดประสงค์เดียวกันคือ ขจัดคราบเหมือนกัน แต่ต้องเข้าใจก่อน

แชมพู – แชมพูล้างรถไม่ต่างจากแชมพูสระผมนัก แต่อย่าเข้าใจผิดว่าใช้แทนกันได้ แชมพูสระผมจะขจัดคราบดีเมื่อเทลงไปบนหัว แต่กลับกันตัวแชมพูล้างรถจะต้องผสมน้ำก่อนในอัตราส่วนที่กำหนดแล้วแต่ยี่ห้อ ซึ่งการใช้งานก็คือจุ่มทั้งฟองและน้ำยาถูไปบนตัวรถเลย สิ่งที่ต่างคือตัวน้ำยาจะมีความลื่นนั่นเอง แต่เหล่าโปรล้างรถบอกว่าแชมพูจะให้รายละเอียดสู้โฟมไม่ได้ แต่ก็พอใช้ได้ถ้าล้างเอง

โฟม – ในช่วงหลายปีมานี้โฟม ถูกพูดถึงมาก เราเห็นร้านล้างรถติดป้ายกันประจำ ทว่าอันที่จริงโฟมนั้น คือฟองที่เกิดจากการใช้หัวเชื้อผสมลงไปแล้ว แล้วนำเอาฟองโฟมมาใช้ในการทำความสะอาดรถ ซึ่งปัจจุบันมีน้ำยาล้างรถบางยี่ห้อทำออกมาในแบบเดียวกัน สำหรับคนที่ชอบล้างรถเอง

การใช้โฟมล้างรถนั้นมีข้อดีที่ ฟองโฟมที่มีคุณภาพจะให้เนื้อฟองที่แน่นและละเอียด ทำให้ขจัดคราบได้ดีกว่าแชมพู แต่แน่นอนการใช้โฟมล้างรถ คือการใช้ฟอง ขจัดคราบสกปรกเป็นสำคัญ

3. ถูอย่างระวัง

เมื่อเลือกน้ำยาล้างรถได้ และจัดการผสมตามสัดส่วนแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญต่อมาคือการถูอย่างระมัดระวัง การถูกแชมพูหรือโฟมนั้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก และจุดประสงค์มันคือการกระจายน้ำยาให้ทั่วบริเวณ ซึ่งหากเป็นไปได้อาจจะใช้ผ้า หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้หาซื้อฟองน้ำอย่างดี ราคาแพงเล็กน้อยแต่ใช้ยาว หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการลงน้ำยาคือการถูเพื่อขจัดคราบสกปรก ทั้งที่จริงๆ เราใช้น้ำยาและน้ำเป็นตัวช่วยขจัดคราบ ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องถูแรงมากนัก แค่ถูธรรมดาเท่านั้น และเช่นเดิม ควรเริ่มจากหลังคาก่อน เพราะเป็นจุดสูงที่สุดของตัวรถ จากนั้นไล่ลงมาที่บอดี้ของตัวรถ แล้วค่อยเก็บรายละเอียดเล็กๆที่เหลือ เช่นซอกมุมต่างๆ

เพียงเท่านี้ รถคู่ใจของคุณก็จะกลับมาสะอาด น่าใช้งานเหมือนเดิม แต่ถ้าท่านไหนที่ยังพอมีเวลาก็อาจจะลงแว็กซ์เพิ่มได้นะ เพื่อเพิ่มความเงางาม ฉ่ำเป็นประกายดุจรถใหม่ และปกป้องสีผิวรถยนต์ คันโปรดจากมลภาวะบนท้องถนน

แต่ถ้าอยากได้ การปกป้องสีรถยนต์ ของคุณอย่างเต็มประสิทธิภาพยาวนานนับปี ก็อาจจะนำรถไป เคลือบแก้ว หรือ เคลือบเซรามิค ก็ได้

ถ้าหากคุณเรียนรู้ที่จะทำเอง การล้างรถยนต์ หรือ การเคลือบเงา เคลือบแก้ว ก็ทำให้รถยนต์คู่ใจ ดูใหม่เอี่ยม ได้อีกยาวนานแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่านเอง ล้างเองอาจไม่สิ้นเปลืองแต่ต้องมีเวลา สำหรับบางท่านที่ไม่มีเวลา กลับจากเที่ยวมาเหนื่อยๆ อยากเอาเวลาไปพักผ่อน   แนะนำให้ไปล้างรถยนต์ ที่ศูนย์บริการ เลือกร้านที่ได้มาตรฐานสักหน่อย เพราะทางร้านใส่ใจในการรักษารถให้เราอย่างดี หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่รักรถ ขอให้มีความสุขและสนุกกับการดูแลรถยนต์คู่ใจนะคะ

4. อย่าทิ้งนาน

หลายครั้งที่การล้างรถของเราที่บ้านทำคนเดียว แน่นอนว่ารถ 1คัน จะลงน้ำยาเสร็จทั้งคันคนเดียวก็ใช้เวลานานอยู่ แต่หากคุณต้องทำคนเดียว ควรจะเลือกลงน้ำยาและล้างไปเป็นส่วนๆ เพื่อลดการที่น้ำยาจับตัวเป็นคราบแห้ง และ เมื่อล้างไปตามส่วนอื่นๆ อย่าลืมฉีดน้ำในส่วนที่ทำความสะอาดแล้วด้วย เพื่อไม่ให้ก่อตัวเป็นคราบน้ำ ก่อนที่เราจะเช็ดแห้ง

5.เช็ดแห้ง..จุดตกม้าตายของหลายคน

มาถึงตรงนี้ในที่สุดเราก็มาถึงขั้นสุดท้ายของการล้างสีรถภายนอกแล้ว หลายคนมักคิดว่าการล้างรถง่ายนิดเดียว แต่ท้ายที่สุดเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเช็ดแห้งคือการชี้ชะตาผลงานว่าจะออกมาหมู่หรือจ่า กัน

การเช็ดแห้งนั้น ควรใช้ผ้าที่มืเนื้อนุ่มซับน้ำง่าย หากงบน้อยแนะนำผ้าสำลี หรือมีงบเพิ่มขึ้นมาหันไปคบผ้าไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์ หรือ ชาร์มัวร์สังเคราะห์ เนื่องจากสามารถซับน้ำได้ดีเร็ว และ ทำให้ลดเวลาในการเช็ดได้มากและไม่ค่อยเกิดเป็นคราบน้ำ ที่สำคัญควรมีผ้า 2 ผืนเพื่อเช็ดแห้งตามทันทีหลังจากล้างคราบน้ำยางล้างรถออก โดยให้เริ่มจากบนลงล่างเช่นเดิม ที่สำคัญห้ามลืมในการใส่รายละเอียดตามซอกประตู ฝาถังน้ำมัน ซึ่งน้ำจะเข้าไปซุกและเป็นคราบได้ในท้ายที่สุด

แม้จะเป็นเรื่องที่ฟังแล้วไม่ยากแต่การล้างรถนั้น สิ่งสำคัญคือการใส่ใจในรายละเอียดการล้างรถ ซึ่งการล้างรถที่ดีนั้นต้องใช้เวลากับมันพอสมควร เพื่อขจัดคราบสกปรกได้อย่างหมดจดจริงๆ

By |2019-03-17T14:55:29+00:00March 17th, 2019|Uncategorized|0 Comments